Home » เด็กกับอารมณ์ » วิธีสอนการบ้านลูก เด็กวัยอนุบาล

ปกติแล้วโดยพฤติกรรมทั่วไปของเด็กๆ มักจะชอบเล่นซน ไม่อยู่นิ่ง หากสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของลูกได้นานเกิน 1 นาทีละก็ถือว่า เยี่ยมที่สุดแล้ว และพ่อแม่ควรมีเทคนิคและรับรู้วิธีการเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กวัยอนุบาลด้วยสิ่งต่างๆ รอบตัว คิดว่าคงไม่ต้องบอกว่าลูกชอบอะไร เพราเด็กแต่ละคนก็มีความชอบไม่เหมือนกัน ช่วงแรกเข้าเรียนอนุบาล น้องเปรมเองก็เป็นหนึ่งในเด็กที่ ซุกซน อยู่ไม่นิ่ง เรียกว่า เป็นลิงกันเลยทีเดียว เวลาทำกิจกรรมใดๆ เค้าจะตั้งใจแค่แป๊บเดียว พอมีสิ่งเร้าอย่างอื่นที่เค้าสนใจกว่า ก็จะผละออกจากกิจกรรมตรงหน้าทันทีแล้วหันไปหากิจกรรมใหม่แทน เรียกว่า เหนื่อยที่จะจับให้มานั่งทำอะไรนานๆ เกิน 5 นาทีได้ แต่เรื่องแบบนี้ใช่ว่าจะสอนกันไม่ได้ หากว่าลูกฟังรู้เรื่อง และเข้าใจ เพียงแต่ต้องใช้เวลา

ปัญหาหนักอกหนักใจคุณแม่คุณพ่ออีกอย่างหนึ่งของลูกๆ ที่กำลังเข้าเรียนชั้นอนุบาล ว่าทำอย่างไรถึงจะสอนการบ้านเด็กวัยอนุบาลได้ เพราะยิ่งเรียนชั้นสูงๆ การบ้านก็จะยิ่งเยอะเป็นเงา อย่างน้องเปรมเอง ตอนนี้ก็ใกล้จะขึ้นชั้นอนุบาลสองแล้ว การบ้านก็เริ่มมากขึ้น แต่ใช่ว่าจะมากจนลูกทำไม่ไหว วันนี้คุณพ่อน้องเปรมมีเทคนิคดีๆ มาฝากเกี่ยวกับการสอนการบ้านลูกในวัยอนุบาล














Advertising

วิธีสอนการบ้านลูก วัยอนุบาล

อาจจะนำเอาแนวทางนี้ไปปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะกับเด็กในครอบครัวก็ได้ แต่ไม่รับรองว่าจะได้ผลกับเด็กวัยอนุบาลทุกคนนะ เริ่มกันเลย ไม่อยากจะไล่เป็นข้อๆ เพราะทุกข้อเองก็สามารถยืดหยุ่นได้ ทำก่อนหลังได้ โดยที่พ่อแม่ต้องดูแลใกล้ชิด จะเล่าให้ฟังเลยว่า เริ่มแรกนั้นทำอย่างไร…ช่วงแรกๆ น้องเปรมกลับจากเรียนแล้วคุณครูที่โรงเรียนอนุบาลบ้านวังทอง จะให้การบ้านติดกระเป๋ามาด้วยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง หลังจากเรียนจบไปเทอมนึงก็จะเพิ่มการบ้านมาอีกอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ช่วงแรกต้องเคี่ยวเข็ญกันพอสมควร คือจับมือทำกันเลยทีเดียว สุดท้ายลูกทำได้ แต่รู้สึกว่าลูกไม่มีความสุขเท่าไหร่ อย่างที่บอก อยากให้ลูกคิดเองทำเองมากกว่าการจับมือสอน อย่างนั้นมันวิชาการเกินไป ไม่ต่างกับการบังคับให้ทำ หลังๆ เลยคิดว่า เราเล่นกับการบ้านก่อนแล้วค่อยทำ ให้เวลาลูกช่วงทำการบ้านนานๆ หน่อย

จริงๆ การบ้านหากจะทำใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที เพราะการบ้านเด็กอนุบาลเอง มีมากสุดก็คือ อ่านหนังสือให้ฟัง ให้ลูกหัดเขียน ก-ฮ ตามเส้นประ หรือ a-z ตามเส้นประ ให้ระบายสี ให้นับเลขแล้วระบายสี ให้วงกลมภาพที่กำหนดตามโจทย์ที่ให้ ฯลฯ ซึ่งแต่ละอย่าง ทำแป็บเดียวก็เสร็จ แต่ผู้ปกครองเอง ไม่ควรละเลยในสิ่งที่กำลังจะเกิดและสิ่งที่เกิดขึ้นเสร็จแล้ว เช่น ไม่ควรละเลยในการชักจูงให้ลูกมานั่งอยู่ตรงหน้าและเตรียมพร้อมที่จะทำการบ้านด้วยความสนุกและอยากทำ และไม่ละเลยที่จะชมเชยเมื่อลูกทำการบ้านเสร็จแล้ว แม้ว่าจะทำผิด หรือทำถูก หรือทำไม่สวย ก็ไม่ควรจะดุด่าว่ากล่าว เพราะเด็กวัยนี้ แค่ทำให้ถูกวิธีก็เพียงพอ ไม่ต้องไปสนใจการถูกหรือผิด และไม่ควรที่จะดุด่าอย่างยิ่ง เพราะนั่นจะทำให้บรรยากาศในการทำการบ้าน ไม่สนุก เด็กจะไม่อยากทำการบ้าน เพราะทำทีไร ถูกดุทุกที

วิธีสอนการบ้านลูก เด็กวัยอนุบาล

ช่วงแรกคุณพ่อเองจะเล่นกับลูกก่อน หาหนังสือเกี่ยวกับหัวข้อการทำการบ้านมาอ่านให้ฟัง มาเล่าให้ฟัง หลังๆ ทางโรงเีรียนจะให้หนังสือติดมาอ่านด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แม้ลูกจะยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่หากเราอ่านแล้วชี้ตัวหนังสือไปพร้อมๆ กันเค้าจะจดจำได้เอง และก็ไม่ควรอ่านหนังสือแบบตรงๆ แต่ควรสอดแทรก จินตนาการเล่าเรื่อง เพิ่มเติมนอกจากเนื้อหาในหนังสือ ทำให้สนุกสนาน ให้เด็กรู้สึกว่า กำลังอ่านนิทานให้ฟัง แม่ว่าเรื่องจะมีแค่ 2 บรรทัด แต่คุณพ่อก็เล่าซะ 1 หน้ากระดาษ พร้อมกับชี้ภาพทาย อะไรเอ่ย กันอย่างสนุกสนาน และเทคนิคนี้ หากมีเด็กๆ คนอื่นๆ หลายๆ คน เด็กๆ จะสนุกขึ้นอีกเพราะจะแย่งกันทายว่าใครจะทายถูก แล้วถ้าใครทายถูกก็ต้องชมเชย และก็ต้องชมเชยทุกคน ไม่ใช่เลือกชมเชยเฉพาะคนที่ทายถูก เพื่อเป็นกำลังใจให้เด็กที่ทายไม่ถูกมีกำลังใจมากขึ้นและกล้า ที่จะเล่นอีกโดยไม่กลัวว่าจะทายผิดซ้ำ ปล่อยให้เค้าจินตนาการไป อย่าไปบังคับ แล้วเค้าจะสนุกกับการทำการบ้าน

เสร็จแล้วเมื่อเห็นว่าพอสมควรก็สอดแทรกการบ้านให้เค้ามีกิจกรรม เช่น การบ้านต้องเขียนหรือคัด ก.ไก่ 10 ตัว ในนิทานก็อาจจะมีไก่ให้ทาย มีไก่แต่ละประเภท แล้วสอดแทรกว่า ไก่เขียนยังไง เริ่มต้นจากไหน กินไก่กันแล้วก็ต้องเขียน ก.ไก่ได้ เพราะงั้นมาเขียน ก.ไก่ กันดีกว่า อาจจะให้เขียนมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูก หากเวลาเขียนแล้วเค้าเบื่อ หรือทำท่าว่าไม่อยากเขียน ให้เลิกเลย อย่าไปขัด ก่อนให้เลิกไปทำอย่างอื่นก็ถามก่อนว่าทำไม เพราะอะไร เด็กเค้าจะให้เหตุผลแปลกๆ ถ้าเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ก็ให้ แล้วค่อยโยงกลับมาเรื่องทำการบ้านต่อ แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ก็ต้องมีข้อแม้ว่า ให้ทำการบ้านเสร็จก่อนถึงจะเลิกได้ หรือแล้วแต่การตัดสินใจของผู้ใหญ่ อย่าตามใจเด็กมาก เพราะถ้าตามใจทุกครั้งเด็กเค้าจะรู้ว่า ถ้าไม่ทำอันนี้จะได้ทำอีกอย่าง

ที่สำคัญหากไปทำกิจกรรมอื่นแล้วต้องโยงกลับมาทำเรื่องการบ้านให้เสร็จในวันนั้นไม่อย่างนั้นเด็กจะลืมแล้วก็จะทำไม่สนใจไปเลย

ผมสอนแบบนี้กับลูกบ่อยๆ ทุกครั้งในเวลามีการบ้าน ใช้เวลาเป็นชั่วโมงก็มี บางครั้งถ้าสนุกมากก็ใช้เวลาทำแป๊บเดียว ที่เหลือก็จะอ่านนิทานกันจนกว่าเค้าจะรู้สึกเบื่อไปเอง ทุกวันนี้เวลากลับจากโรงเรียนทีไรคุณพ่อจะถามเลยว่า วันนี้มีการบ้านไหมครับ ลูกก็จะรีบบอกเลยว่ามี แล้วก็จะหยิบหนังสือนิทานกับการบ้านมาให้ผมอ่านให้ฟังทุกครั้ง ทำจนเป็นนิสัยแบบนี้ เราจะได้ผูกพันธ์กับลูกยิ่งขึ้น ความสนิทสนมจะเกิดแล้วเวลาเค้าไปเจออะไรมาเค้าก็กล้าที่จะเอ่ยปากบอกและถามทันที

ปัจจุบันน้องเปรมเวลามีปัญหาอะไรเค้าจะเอ่ยปากบอกเลย เช่นว่าเล่นอยู่ด้วยกันช่วงทำการบ้านเค้าก็จะบอกเองเลยว่า วันนี้ผมเรียนอะไรมา วันนี้คุณครูตีผมด้วย กรณีแบบนี้ก็ถามเสียงเรียบๆ แบบคุยกันปกติเลยว่าทำไมคุณครูถึงตีลูกครับ เค้าก็จะบอกว่า ผมไม่ยกมือไหว้คุณครูเลยตี เราก็ต่อเลยว่า ตีแบบไหน ลูกเค้าก็บอกแบบนี้ๆ พร้อมแบมือมาให้ทำท่าเหมือนพ่อเป็นคุณครู แล้วก็ตีเบาๆ เท่านี้ก็ได้รับรู้แล้วว่าลูกไปเจออะไรมาและมีประสบการณ์แบบไหนที่จะสามารถถ่ายทอดให้เราได้เข้าใจ ซึ่งเราก็ต้องถามให้ถูกวิธี ถ้าถามผิดลูกจะรู้สึกกลัวและไม่ปลอดภัย ทีหลังเวลาไปเจออะไรมาก็จะไม่กล้าเล่าให้ฟัง

ก็ลองนำวิธีง่ายๆ ของวิธีสอนการบ้านลูก สำหรับเด็กในวัยอนุบาลนี้ไปใช้กับลูกๆ หวังว่าคงจะได้ผลไม่มากก็น้อยนะครับ เป็นกำลังใจให้สำหรับคุณพ่อมือใหม่ที่กำลังช่วยเลี้ยงเจ้าตัวเล็กจอมซนอีกแรงหนึ่ง

, , , ,