Home » พัฒนาการเด็ก » เมื่อเจ้าตัวเล็กกลายเป็น เด็กดื้อ

โอ้ย ทำไมไม่เชื่อฟังล่ะลูก โอย เซ็งกะเค้าจริงๆ เล้ยเจ้าคนนี้ ตายแล้วๆ ทำไมทำอย่างนั้นล่ะ มานี่เลย โอ้ยๆ เล่นไม่ได้ อย่าสิ เดี๋ยวโดนตีเลยนะ เฮ่อ เด็กดื้อ คนนี้ทำยังไงกับเค้าดีเนี่ย หลายๆ คำบ่น จริงๆ ไม่หลายล่ะ เยอะด้วย ยิ่งเจ้าตัวเล็กเริ่มที่จะวิ่งเล่นได้ หยิบจับอะไรได้ ก็จะอยู่ไม่นิ่งล่ะ ลองดูก็ละกัน น้องเปรม กับห้อง Lady Bug ของ อนุบาลบ้านวังทอง เนี่ย ใครสนใจลองทักทายแล้วสอบถามครูได้เลย ว่าดื้อแค่ไหน อยู่บ้านน่ะที่หนึ่งของความซนและดื้อมากๆ














Advertising

สาเหตุที่ทำให้เด็กดื้อ

ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจพัฒนาการของเด็ก ซึ่งเด็กในช่วงวัย 3-4 ปี เป็นวัยดื้อหรือวัยต่อต้านโดยธรรมชาติ และเป็นช่วงที่เด็กรู้จักช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง รู้จักพูดหรือบอกความต้องการ และทำตามคำสั่งได้ กระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งรอบตัวผ่านการซึมซับในการใช้ชีวิตประจำวัน ชอบที่จะค้นคว้าช่วยเหลือตัวเอง ค้นพบเองบ้าง ไม่ยอมทำตามที่ผู้ใหญ่บอกหรือชี้แนะหรือสั่งให้ทำไปเสียหมด เพราะฉะนั้นการที่เอาเด็กวัยนี้มาให้เรียนมากๆ ให้อ่าน ให้เขียน หรือท่องจำเยอะๆ นอกจากจะฝึกให้เด็กใช้ความจำ และไม่ได้ใช้ความคิดหรือรู้จักทำความเข้าใจด้วยตัวเอง สั่งงานมากๆ เลยพาลให้เด็กต่อต้านคำสั่งไปเลย หรือการบีบบังคับให้เด็กทำในสิ่งที่เกินความสามารถของเด็ก เด็กยังไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้ใหญ่สั่ง หรือผู้ใหญ่ใช้วิธีคอยพร่ำพูด พร่ำเตือนจนเด็กชินชาไม่สนใจกับคำพูดของผู้ใหญ่ไปเลย

ผู้ใหญ่ดื้อดึงจะเอาชนะเด็กให้ได้ มีผู้รู้ท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า เด็กดื้อไม่มี มีแต่ผู้ใหญ่ดื้อ ผู้ใหญ่สามารถเอาชนะเด็กได้อยู่แล้ว อาจจะเอาชนะด้วยอำนาจ ชนะด้วยพลังที่แข้งแรงกว่า ด้วยประสบการณ์ หรือความเจ้าเล่ห์ การชี้ชวนให้เด็กทำตามที่ผู้ใหญ่อยากให้ทำเป็นเรื่องไม่ยาก ถ้าเด็กไว้ใจอยากจะเลียนแบบและอยากจะทำตามอยู่แล้ว เด็กในวัย 3 – 5 ปี เป็นวัยซน การบีบบังคับ หรือฝืนใจบ่อยๆ จะยิ่งทำให้เกิดการประท้วง และต่อต้าน

เมื่อเจ้าตัวเล็กกลายร่างเป็น เด็กดื้อ

การตามใจมากจนเด็กเอาแต่ใจตัวเอง หรือการเลี้ยงดูที่สับสนทั้งตามใจทั้งดุว่าลงโทษ เด็กจะเรียนรู้โดยผ่านการลองกระทำถูกบ้าง ผิดบ้าง ถ้าทำสิ่งใดและก่อให้เกิดเป็นความพอใจ ความสบายใจ เด็กจะทำซ้ำๆ การที่มีคนมาช่วยทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ตั้งแต่การอาบน้ำ แปรงฟันทานข้าว ฯลฯ จนทำให้เด็กติดอยู่กับความรักสบายเสียแล้ว พอโตขึ้นพ่อแม่จะเคี่ยวเข็ญให้เด็กลุกขึ้นมาช่วยเหลือตัวเอง ก็ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนร่วมกับการลดความช่วยเหลือลง และลดการตามใจเด็ก เด็กที่เรียนรู้ว่าทำความไม่พอใจ และแสดงการอาละวาดออกมา สุดท้ายก็ไม่ต้องทำตามที่แม่สั่งให้ทำ และสิ่งที่แม่อยากให้ช่วยตัวเองนั้นมันเหนื่อยยาก สู้ใช้วิธีเดิมที่มีคนทำให้ไม่ได้

พ่อแม่ที่ไม่เข้าใจพื้นฐานและปัญหาหลายท่าน พอเด็กไม่ยอมทำก็บีบบังคับจนเด็กโกรธและอาละวาดออกมา พ่อแม่กลับมาใจอ่อนเห็นว่าลูกร้องไห้ เหนื่อยมากหงุดหงิด กลับมาทำให้เด็กอีก ทำเช่นนี้สลับไปสลับมาก็เท่ากับสอนเด็กโดยไม่ต้องพูดเลยว่า ไม่จำเป็นต้องทำตามที่แม่บอกทุกครั้ง

เด็กมีความรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่รัก หรือคำพูดของพ่อแม่นั้นเชื่อถือไม่ได้ พ่อแม่พูด แต่ส่วนใหญ่ไม่ทำตามที่พูด สุดท้ายเด็กก็ขาดความไว้วางใจหรือไม่เชื่อถือคำพูด ยิ่งพ่อแม่แสดงความรุนแรงออกมา เด็กก็จะยิ่งเพิ่มการต่อต้านขึ้น

ผลของการดื้อดึง ถ้าเด็กต่อต้านไม่ทำตามคำสั่งของผู้ใหญ่บ่อยๆ โดยทำเป็นหูทวนลม ไม่สนใจ สุดท้ายจะติดเป็นนิสัย ส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ของที่บ้านและที่โรงเรียนได้ ทำให้เด็กมีโอกาสทำผิดกฏเกณฑ์ทางสังคมได้ สุดท้ายจะขาดคนรักและเมตตา

เมื่อเจ้าตัวเล็กกลายร่างเป็น เด็กดื้อ

วิธีการป้องกันและเลี้ยงดูเด็กดื้อ

ให้ทำความเข้าใจเด็ก และพัฒนาการตามวัย ว่าแต่ละวัยเด็กจะมีลักษณะอย่างไรในด้านต่างๆ เช่น พฤติกรรมการเรียนรู้ ความสามารถ ฯลฯ

พิจารณาดูเทคนิควิธีการที่พ่อแม่ใช้กับลูกว่าเข้าข่ายตามใจมากไปหรือเปล่า บีบบังคับมากไป กังวลมากเกินไป บริการให้เด็กมากไป ขึ้นๆ ลงๆ ไปตามอารมณ์ของพ่อแม่ หรือพ่อแม่ใช้วิธีการคนละทิศคนละทาง ทำให้เด็กสับสน งานนี้เป็นงานที่ยากที่สุด เพราะมนุษย์เรามักจะเข้าข้างตนเองอยู่เสมอ การเปิดใจให้กว้างฟังความคิดเห็นของคนรอบข้างจะเป็นวิธีหนึ่งที่พ่อแม่จะได้เข้าใจเทคนิค และวิธีการของตัวคุณเอง และปรับปรุงให้เหมาะกับพัฒนาการของเด็ก

ทำตัวเป็นแบบอย่างในพฤติกรรมที่เหมาะสม และควรกำหนดกฏเกณฑ์และวางขอบเขตของการกระทำของเด็ก เมื่อเราสอนให้เด็กพูดได้ เราก็ต้องสอนให้เด็กรู้จักพูดอย่างพอเหมาะ เมื่อเราสอนให้เด็กเล่นก็ต้องสอนให้เล่นอย่างเหมาะสม ให้อยู่ในกฏเกณฑ์ที่ทุกคนยอมรับ ถ้าเด็กแสดงพฤติกรรมใดๆ ออกมาก็ต้องปรับพฤติกรรมนั้นให้แสดงออกอย่างเหมาะสม ถูกกาละเทศะ การสอนให้เด็กเรียนรู้ขอบเขตของการกระทำ สุดท้ายจะทำให้เด็กรู้ถึงความเหมาะสมไปพร้อมกัน การชี้ชวน แต่ไม่บีบบังคับ ให้โอกาสฝึกฝน โดยปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะกับตัวเด็ก ชื่นชมเมื่อเด็กอยากทำและทำได้เพิ่มขึ้น

แสดงความรักอย่างเปิดเผย และไม่เอามาเกี่ยวข้องกับการฝึกฝนเด็กในด้านต่าง ๆ

การรักษาอาการเด็กดื้อมาก

รักษาที่สาเหตุ อย่าปล่อยปัญหาไว้นาน เพราะจะทำให้เด็กเกิดเป็นความเคยชินติดเป็นนิสัยและแสดงพฤติกรรมต่อต้าน ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่ เป็นผลเสียต่อการเรียนการอยู่ในสังคมและการทำงานอันยาวนาน

ใช้เทคนิดเช่นเดียวกับวิธีการป้องกันปัญหา โดยต้องเข้าใจว่ากว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดื้อดึงได้นั้นต้องอาศัยเวลา ความสม่ำเสมอของพ่อแม่ และเทคนิคที่เหมาะสม โดยทั่วไปจะใช้เวลา 3–6 เดือน หากแก้ไขไม่ได้ให้พาเด็กไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาอย่างจริงจัง

ที่มา พ.ญ.วินัดดา ปิยะศิลป์ กลุ่มงานจิตเวชเด็กและวัยรุน โครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

, , ,