Home » เด็กกับอารมณ์ » เมื่อเจ้าตัวน้อย ต้องนั่งรถโรงเรียน

ก็ไม่อยากจะให้ขึ้นรถโรงเรียนมากเท่าไหร่ หากไม่จำเป็นก็คุณพ่อเค้าดันย้ายที่ทำงานมาใกล้บ้าน มันก็ดีอยู่หรอกที่ใกล้บ้าน กว่าเดิม แต่ก็ไม่ดีเท่าไหร่ที่หากว่าจะไปทำงานสายทุกวันบ่อยๆ จริงๆ เราก็คุยกันบ่อยๆ ว่าจะรับส่งเอง หรือว่าจะใช้บริการรถรับส่งนักเรียนดี พอเอาเข้าจริงๆ คงตัดใจใช้บริการดีกว่า เพราะเหตุผลหลายอย่างเช่น

เหตุผลที่ต้องเลือกให้เจ้าตัวเล็กขึ้นรถโรงเรียน

  1. สะดวก
  2. เจ้าตัวน้อยไม่ต้องตื่นเช้ามากนัก
  3. เจ้าตัวน้อยไม่ต้องกลับบ้านค่ำมาก
  4. มีเวลาอยู่ทำกิจกรรมตอนเย็น-ค่ำมาก
  5. น่าจะปลอดภัยกว่า หรือไม่แน่ใจ
  6. นึกไม่ออก














Advertising

หากว่าไปรับส่งเอง ลูกก็ต้องตื่นแต่ตีห้าครึ่ง ซึ่งแน่นอนล่ะเด็กในวัยสามขวบปี ต้องตื่นเช้าขนาดนี้ไม่แน่ใจว่าจะดีหรือไม่ ที่รู้แน่ๆ ก็ขนาดผู้ใหญ่ ยังเหนื่อยเลย ตื่นตีห้าครึ่ง กว่าจะอาบน้ำ ทานข้าว แต่งตัว ทำโน่นนี่นั่น ปาเข้าไป 1 ชั่วโมงเต็มๆ รับประกันได้เลย เสร็จก็ขึ้นรถไปกับคุณพ่อเค้า ออกจากบ้านประมาณช้าสุดไม่เกิน 6 โมง 40 ถ้าหลังจากนั้น รถติดมากๆ ก็รู้ๆ กันอยู่ เส้น รังสิต-นครนายก ขาเข้ารังสิต รถติดมาก ยิ่งหลัง 7 โมง กว่าจะพ้นไปจนถึงอนุบาลบ้านวังทองได้ ปาเข้าไปเกือบ 1 ชั่วโมงเต็มๆ หากว่าวิ่งไปทางเส้นคลองหลวง ก็ยังติด เพราะต้องเข้าซอยคลอง 3 ซอยนี้ไม่ต้องพูดถึง ถ้าเข้าไปแล้วหลุดไปปากซอยได้โดยใช้เวลาน้อยกว่า 1 ชั่วโมงมาเอารางวัลไปได้เลย ถ้าจะขับเลยไปเข้าซอย คลอง 2 ที่ทะลุไปยังเส้นรังสิต-นครนายก แล้วค่อยไปกลับรถใต้สะพานคลอง 3 อีกที นี่ก็ติดบ้างไม่ติดบ้าง อย่างต่ำๆ ก็ 30-40 นาที

แล้วคิดดูนะ ออกจากบ้าน 6.30 น. ถ้าไปถึงโรงเรียนอนุบาลบ้านวังทองก่อน 7.30 หรือ 7.40 คุณพ่อจะขับรถไปทำงานแถวคลอง 7 ได้ทัน 8.00 น. พอดี แต่หากว่าถึงโรงเรียน ช้ากว่าเวลาที่กำหนด คุณพ่อจะเข้างานสาย

แถมตอนน้องเปรม เลิกเรียนแล้ว 15.00 น. ฝากคุณครูไว้ที่โรงเรียน กว่าคุณพ่อจะเลิกงานแล้วขับรถไปรับ ก็อาจจะใช้เวลาจนถึง 18.00 น. กว่าจะถึงบ้านอีก อย่างช้าสุดก็ 19.00 น.

ลูกต้องตื่นแต่เช้ามาก และต้องกิน นอนในรถไปบ่อยๆ แถมเวลาที่ควรจะอยู่กับครอบครัวก็ยังมีแค่หลังเลิกเีรียน กระทั่งเช้าอีกวัน เราคิดว่าน้อยไปมากๆ แต่ก็จำเป็นเพราะทั้งคุณพ่อคุณแม่ คุณน้า คุณตาและคุณยายก็ล้วนแต่ทำงานกันหมด ที่สะดวกสุดก็คือใช้บริการรถโรงเรียน เพื่อที่น้องเปรมอาจจะตื่นประมาณ 6 โมงเช้าได้ ทำโน่นนั่นนี่เสร็จน่าจะไม่เกิน 7 โมงก็พอดีกับที่รถโรงเรียนมารับ พอเลิกเรียนลูกก็จะได้กลับบ้านซึ่งก็กะคร่าวๆ ว่าน่าจะถึงบ้านเจอหน้าคุณตาคุณยายประมาณไม่เกิน 4 โมงเย็น เผื่อนิดๆ หน่อยๆ เป็นที่ยอมรับได้ เย็นๆ ยังได้นั่งเล่นกับเพื่อนๆ ละแวกบ้าน รอคุณพ่อคุณแม่กลับตอน 5 โมงนิดๆ

เมื่อน้องเปรม เจ้าตัวน้อย ต้องนั่งรถโรงเรียน อนุบาลบ้านวังทอง

ก็ไม่แน่ใจว่าทางเลือกนี้จะถูกหรือผิด และก็ไม่แน่ใจว่า ทางผู้ขับรถตู้รับส่งนักเรียนอย่างน้าเจต ที่เป็นคนขับรับส่งนักเรียนสายคลอง 6-7 ของโรงเรียนอนุบาลบ้านวังทอง จะมีนิสัยยังไงเพราะยังไม่เคยได้สัมผัส เพราะน้องเปรมก็ต้องเริ่มขึ้นรถโรงเรียนเองครั้งแรกในวันจันทร์ที่ 23 พ.ค.54 นี้แล้ว แต่บังเอิญว่าวันนี้ 22 พ.ค.54 น้องเปรมดันไข้หวัดไม่แน่ใจว่าจะหายทันมั้ย หากหายไม่ทันก็คงต้องเลื่อนประสบการณ์ในการขึ้นรถโรงเรียนโดยมีคุณครูของอนุบาลบ้านวังทองสับเปลี่ยนกันมาประจำรถและคุณน้าเจต ที่เป็นผู้ขับรถมารับเป็นวันอื่น จนกว่าน้องเปรมจะหายป่วยนั่นแหละ

แต่อยากบอกนิดหน่อยว่า วันศุกร์ที่ 20 พ.ค. 54 ก็แจ้งทางโรงเรียนว่าน้องเปรมจะใช้บริการรถรับส่ง เจ้าหน้าที่ของโรงเรียนอนุบาลบ้านวังทอง ก็บริการดี๊ดีมากๆ โทรสอบถามและ survay เส้นทางเมื่อเย็นวันเดียวกันนั่นเอง ก็ขลุกขลักนิดหน่อย ที่น้าเจตก็เข้าซอยผิด คุณพ่อเองก็ผิดที่จำชื่อซอยทางเข้าบ้านที่จะให้มารับไม่ได้ น้าเจตเลยหลงเข้าไปอีกซอย คุณพ่อก็ได้รับคำบอกจากคุณครูว่าน้าเจตเองก็บอกว่าทางเข้าบ้านน้องเปรม ลูกรังเยอะ ขับลำบาก คุณพ่อนึกเอาว่า น้าเจตอาจไม่อยากมารับลูกหรือเปล่า แถมลูกรังทางเข้าบ้านก็ไม่ได้มีปัญหาเพราะมันก็เรียบไม่ได้ขลุกขลักแถมมีแค่ประมาณ 200 เมตรเท่านั้นเอง

คุณพ่อเค้าเลยงงว่า ทำไมคุณครูบอกประมาณว่าน้าเจตไปบอกว่าทางเข้าบ้านน้องเปรมลูกรังเยอะมาก เข้าลำบาก

ไม่เข้าใจแฮะ เป็นห่วงลูกจริงๆ เราก็ไม่รู้นิสัยของน้าเจต แถมวันมา survay คุณพ่อก็พยายามชะเง้อมองครูประจำรถก็มองไม่เห็น คุณครูไม่ได้ลงมาทักทายด้วยแฮะ หรือว่ารังเกียจคนบ้านนอกๆ ที่มีถนนหน้าบ้านเป็นลูกรังกันหว่า หรือว่าหงุดหงิดที่ทำให้ต้องหาบ้านกันไม่เจอแต่แรก หรืออย่างอื่น ไม่รู้แฮะ หากว่ามีปัญหา คงต้องรับส่งกันเองล่ะมั้ง แต่ก็นะ ครูที่โรงเรียนก็ดี๊ดี โทรบอกว่าน้องเปรมได้ขึ้นรถแน่ๆ วันจันทร์นี้

เราคิดมากไปมั้ยเนี่ย…..สุดท้ายแล้ว น้าเจตกลับเป็นคนที่รักเด็กมากๆ และใจดีสุดๆ

ผ่านมาจนน้องเปรมต้องย้ายโรงเรียนมาใกล้บ้าน..ทุกวันนี้น้องเปรมและทุกคนที่บ้านเราก็ยังคงคิดถึงและชื่นชมกับความใจดีของน้าเจตไม่หาย

, , ,