Home » แม่ลูกผูกพัน » น้องเปรมเริ่มเรียนที่ใหม่วันแรก

กับสถานที่ใหม่ ชั้นเรียนใหม่ เพื่อนใหม่ คุณครูคนใหม่ โรงเรียนใหม่ ที่สารสาสน์วิเทศรังสิต ชั้นเรียนสองภาษา น้องเปรมตื่นเช้ามาก็ถามเลยว่า แม่วันนี้ผมต้องไปโรงเรียนไหม รู้สึกช่วงปิดเทอมน้องจะถามทุกวันตอนตื่นเช้าว่าผมต้องไปโรงเรียนไหม เพราะปกติจะเป็นเด็กที่ตื่นเช้าหากต้องไปโรงเรียนจะต้องลุกมาล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำ แต่งตัวไปเรียน แต่หากเป็นช่วงวันหยุดเค้าจะต้องตื่นมาล้างหน้าแปรงฟันทานข้าวเช้าก่อน และวันนี้ก็เป็นวันหนึ่งที่ต้องไปโรงเรียน หลังจากหยุดช่วงปิดเทอมมา 1 เดือนเต็มๆ

ลูกรู้สึกตื่นเต้น แต่ผ่อนคลายได้เพราะพี่ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องเค้า ไปเรียนด้วย แต่อยู่กันคนละชั้น ตอนนั่งรถก็สนุกสนานดีอยู่หรอก แต่พอถึงโรงเรียนและต้องจับแยกห้องใครห้องมันก็เป็นเรื่อง ด้านพี่เค้าอายุมากหน่อย เข้าเรียนชั้นเกรด 1 ก็อาจจะดี๊ด๊าหน่อยเพราะเป็นคนมั่นใจตัวเอง ส่วนน้องเปรมเป็นเด็กขี้อาย หากไม่คุ้นเคยก็จะเหนียม ซึมไม่ค่อยพูดกับใคร แรกๆ คุณแม่เค้าก็บอกลูกว่า น้องเปรมเรียนที่ใหม่แล้วนะคับ มีเพื่อนใหม่ เห็นมั้ย เดี๋ยวจะมีเพื่อนใหม่มาอีกหลายคน เค้าก็เหมือนกับลูก อาจจะแปลกที่บ้าง น้องเปรมก็เริ่มน้ำตาซึม และฝากไว้กับคุณครู น้องยังไม่ร้องไห้

พอคุณพ่อขึ้นมาหาเท่านั้นแหละ ร้องไห้งอแง นั่งซึม น้ำตาไหล เพราะไม่คุ้น หนักเข้าอาการตื่นเต้นก็กลายเป็นไอ มวนท้องจะอ๊วก แล้วก็อ๊วกจริงๆ เห็นแล้วสงสารลูกไม่รู้จะพูดยังไง พยายามปลอบในว่า จำวันนี้ไว้นะลูก วันนี้เป็นเหมือนวันที่น้องเปรมเข้าเรียนที่ อนุบาลบ้านวังทอง วันแรกน้องเปรมก็ร้องไห้งอแงเหมือนวันนั้น แต่วันนี้น้องเปรมไม่ร้องไห้มาก แค่น้ำตาไหลแล้วก็รู้สึกตื่นเต้นไปกับสถานที่ใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ ครูคนใหม่ ที่น้องยังไม่คุ้นเคยเท่านั้นเอง แต่ซักพักเหมือนคำปลอบจะไม่เข้าหู เ้ริ่มไอ มวนท้อง หายใจถี่ เป็นปรากฏการณ์ของอาการตื่นเต้นปนกลัวเล็กน้อย น้ำตาไหล ไอและพยายามจะทำให้ตัวเองอ๊วก (พฤติกรรมเรียกร้องความสนใจของน้องเปรม) แล้วก็ได้ผลคือ จะอ๊วก คุณแม่เค้าเลยพาไปห้องน้ำและอ๊วกสมใจ

น้องเปรมเริ่มเรียนที่ใหม่วันแรก

พอเข้าห้องก็ซึมๆ ส่วนเพื่อนๆ คนอื่นๆ ก็กำลังเต้นออกกำลังกายกันหน้าห้อง เพราะวันจันทร์จะต้องเรียนว่ายน้ำก่อน ตรงนี้น้องก็แต่งมาเต็มยศ ส่วนเพื่อนๆ ก็เปลี่ยนเสื้อกันเป็นกางเกง/ชุดว่ายน้ำ พร้อมผ้าคลุม/ผ้าเช็ดตัว น้องเลยดูแตกต่างเข้าไปอีกและทำท่าว่าจะร้องไห้อีกแล้ว จับมือคุณพ่อไม่ยอมห่าง ไม่ยอมเข้าแถว ต้องปลอบเป็นการด่วน แต่ทำยังไงก็ไม่หาย เลยต้องจำยอม เพราะหากอยู่เฝ้าไม่เป็นอันทำอะไรเลย ทั้งลูกทั้งผู้ปกครอง เดือดร้อนถึงคุณครูอีกด้วย เลยต้องบอกว่าเย็นๆ จะมารับกลับและก็ต้องตัดใจหันหน้ากลับ คงต้องยอมปล่อยให้ลูกอยู่ได้เองกับเพื่อนใหม่ๆ คุณครูใหม่ๆ ต้องยอมไว้ใจ

ก็ไม่รู้ว่าน้องเปรมจะเป็นยังไงมั่ง พยายามเข้านะลูก เพื่อตัวลูกเอง หากลูกโตขึ้นแล้วกลับมาอ่านวันที่คุณพ่อได้เขียนเรื่องราวเอาไว้ ก็จะเข้าใจเองว่า พ่อแม่รักลูกมากแค่ไหน ถึงตรงนี้คุณพ่อเองก็น้ำตาซึมๆ เหมือนกัน ห่วงลูกทุกเวลา

, ,