Home » สถานศึกษา » โฮมสคูล เรียนที่บ้าน น่าสนใจดี

ก็ในเมื่อหาโรงเรียนให้กับเจ้าตัวเล็กไม่ได้ หรือมีข้อจำกัดในการเรียน มีปัญหาหลายๆ ด้าน ก็ทำบ้านให้เป็นโรงเรียน สอนเองซะเลยจะได้ไหม เราสามารถสอนลูกเราเองให้เรียนรู้ในทุกๆ เรื่องที่เราอยากจะให้รับรู้เองแทนการที่จะต้องให้เจ้าตัวแสบไปเรียนที่ไกลๆ เองจากที่บ้าน จะได้ไหม มันน่าจะมีวิธี แนวคิดนี้ผมมีมานานแล้ว แต่มันก็ถูกทิ้งไปนานเหมือนกันเพราะเสียงรอบข้างบอกว่า หากจะให้ลูกเข้าโรงเรียนดีๆ ดังๆ เค้าจะรับเด็กที่เรียนจบ อนุบาล ก่อนเป็นอันดับแรก หรือ รับเด็กที่เรียนในระบบ ก่อนอันดับแรก หากว่าคนไหนไม่ได้เรียนอนุบาลมา หรือไม่ได้เรียนอะไรเลย อยู่ๆ จะมาให้เข้า ประถม 1 เลย สำหรับประเทศไทย มันเป็นไปได้ยาก

ความคิดเดิมๆ เริ่มจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากได้เห็นพาดหัวข่าวหน้า 1 ไทยรัฐฉบับไม่นานมานี้เอง สดๆ ร้อนๆ ว่านักเรียนโฮมสคูล มีปัญหากับหน่วยงานรัฐ เนื่องจาก ระบบการศึกษาในประเทศไทย ไม่ยอมรับการเรียนแบบ โฮมสคูล ทั้งๆ ที่กฏหมายกระทรวงศึกษาธิการได้ออก พ.ร.บ. มาตั้งแต่ปี 2547 แล้ว นั่นหมายความว่า รัฐบาลรับรองแล้วแต่หน่วยงานราชการหลัก และบุคลากรในหน่วยงาน ยังไม่ทราบเรื่องเลยว่า มีระบบ โฮมสคูล หรือการเรียนที่บ้าน แล้วในประเทศนี้ นั่นเป็นช่องโหว่ของหน่วยงานการศึกษาและระบบราชการของไทย บอกให้รู้เลยว่า ประเทศไทย ล้าหลังแค่ไหน แล้วแบบนี้ มันจะเจริญไปได้ยังไงก๊านนน

โฮมสคูล เรียนที่บ้าน น่าสนใจดี

มาว่ากันด้วยเรื่อง โฮมสคูล

“พ่อแม่ก็เป็นครูได้ บ้านก็กลายเป็นโรงเรียนได้” นี่เป็นแนวคิดใหม่ ที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงกันมาก Home School หรือการสอนลูกเองอยู่กับบ้านโดยไม่ส่งเข้าโรงเรียน ปกติแล้วนั้นนับเป็นการศึกษาทางเลือกที่ฮือฮามาพร้อมกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 ซึ่งเปิดโอกาสให้พ่อแม่มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานแก่ลูกได้ด้วยตนเอง คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงเคยได้ยินเรื่องนี้กันมาแล้ว แต่อาจยังไม่เข้าใจถึงรูปแบบที่แท้จริงของโฮมสคูล รวมถึงบางท่านแม้ทราบแล้วแต่ก็ยังรีๆ รอๆ ไม่กล้าทำจริงทั้งที่อยากจะสร้าง “บ้านแห่งการเรียนรู้” นี้เหลือเกิน

โฮมสคูล (Home School) เป็นแนวคิดและรูปแบบการศึกษาทางเลือกที่ให้สิทธิพ่อแแม่ จัดการศึกษาให้ลูกได้ด้วยตนเองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โฮมสคูลเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศตะวันตก จนแพร่หลายและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ โดยมีการประมาณการว่าปัจจุบันมีเด็กที่เรียนอยู่กับบ้านทั่วโลกราว 2-3 ล้านคน โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกามีมากถึง 1.23 ล้านคน และคาดว่าในปี 2008 คืออีก 8 ปี นับจากนี้จะมีเด็กอเมริกันที่เรียนอยู่กับบ้านเป็นจำนวนถึง 6.87 ล้านคนทีเดียว

สาเหตุที่ทำให้โฮมสคูลเป็นที่นิยมในหมู่พ่อแม่ ก็เพราะ พ่อแม่เริ่มไม่มั่นใจในระบบการศึกษาในโรงเรียน ห่วงว่าครูจะสอนลูกได้ไม่ดี โรงเรียนไม่มีคุณภาพหรือไม่มีความสามารถพอที่จะพัฒนาศักยภาพของลูกได้ มิหนำซ้ำสารพัดปัญหาสังคม ที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นไม่น้อยที่เกิดจากโรงเรียนทั้งปัญหายาเสพติด การทำร้ายร่างกาย แม้แต่อาชญากรรมในเด็กด้วยกันเอง โฮมสคูล จึงเป็นทางเลือกที่เกิดขึ้นอันดับแรก

โฮมสคูล เรียนที่บ้าน น่าสนใจดี

ในอเมริกามีดัชนีที่น่าตกใจมากมายเกี่ยวกับเด็กอเมริกัน เช่น มีเด็กพกปืนไปโรงเรียนวันนึงๆ ร่วมแสนคน มีทารกซึ่งคลอดจากแม่วัยรุ่นที่อยู่ในวัยเรียนปีนึงถึงห้าแสนคน นี่เป็นปัญหาซึ่งใครเป็นพ่อแม่ก็ต้องหนาวกันไปตามๆ กัน สำหรับบ้านเราก็มีดัชนีที่น่าตกใจมากมายไม่แพ้กัน ที่เห็นและเป็นข่าวกันครึกโครม คือ เรื่องของยาบ้าและการพนัน แทบไม่น่าเชื่อแม้แต่เด็กประถม 4 ก็เล่นพนันบอลเป็นแล้วซึ่งปัญหาเล่านี้คือ สาเหตุที่ทำให้พ่อแม่ที่วิตกกังวลและกล้าลองของใหม่เลือกที่จะใช้ ระบบโฮมสคูลให้กับลูก

แต่ก็อย่างว่า ประเทศไทยเรา ปากของผู้บริหารก็บอกว่าจะนำประเทศไปข้างหน้า แต่ในทางปฏิบัติและหลักความเป็นจริง ยังห่างไกลกับความเจริญอยู่มากนัก เรียกได้ว่า ล้าหลังในระบบการศึกษา ระบบการศึกษาโดยรวมในประเทศไทย อยู่อันดับรั้งท้ายของโซนเอเซียเลยก็ว่าได้ แต่พอมีระบบการศึกษาใหม่ๆ ให้ลองใช้แถมออกเป็น พ.ร.บ. มา พอประชาชนปฏิบัติตาม กลับถูกปฏิเสธจากหน่วยงานราชการซะงั้น

ประเทศไทยจงเจริญ

, , ,