อาหารสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพื่อลูกน้อยแข็งแรง

เดือนนี้ก็เป็นเดือนที่ต้องให้ความสำคัญกับ คุณแม่ อย่างมากมาย เพราะเป็นเดือนที่เกี่ยวกับ วันแม่ นั่นเอง ก็เลยนำข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์เกี่ยวกับคุณแม่มือใหม่ ที่เตรียมตัวเตรียมพร้อมรับมือกับหลายๆ สิ่ง วันนี้เลยขอแนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับ อาหาร เสียหน่อย แต่ไม่ใช่ว่าจะธรรมดาเกินไป นั่นคือ อาหารสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ นั่นเอง เพราะสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดใช่หรือไม่ล่ะ

ไม่แน่ใจว่าเคยลงไปแล้วหรือเปล่าแต่ก็อ่านทบทวนเพิ่มเติมเอาละกันนะคะ พอดีมึนๆ เหมือนกัน ในเรื่องของ อาหารสำหรับคนท้อง นี้การดูแลลูกน้อยถือเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจอย่างสุดชีวิต แต่ไม่ใช่จะต้องใส่ใจตั้งแต่ตอนที่เจ้าตัวน้อยลืมตาดูโลกเท่านั้น การดูแลลูกน้อยต้องเริ่มใส่ใจตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์กันเลยทีเดียว และขณะที่ตั้งครรภ์ก็จำเป็นจะต้องทำให้ตนเองมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงกว่าที่เป็นมา จึงต้องรับประทานอาหารที่สมดุลและมีสารอาหารที่ครบถ้วน อาหารสำหรับคนท้องนั้นส่วนใหญ่คุณแม่ๆ มือใหม่มักจะตามใจปาก โดยอ้างว่าแพ้ท้องบ้างล่ะ อยากทานนั่นนี่บ้างล่ะ แต่หลายอย่างที่ทาน ก็อาจเป็นอันตรายแก่ลูกในครรภ์ก็ได้หากว่าไม่มีความรู้พอ เพราะฉะนั้น จะตามใจปากไปหมดทุกอย่างไม่ได้เลยทีเดียวเชียว อาหารส่วนใหญ่ให้ประโยชน์ต่อคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ แต่ควรเลือกรับประทานด้วย แต่จะให้ดีก็ลองรับประทานอาหารสำหรับคนท้องที่นำมาแนะนำให้ครบจะดีกว่า เพื่อการมีสุขภาพที่ดูต่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ เริ่มเลยละกัน

อาหารสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ควรรับประทาน

ไข่ เป็นอาหารไม่กี่ชนิดที่มีวิตามินดีเป็นส่วนประกอบและแหล่งที่ดีที่สุดคือจากแสงอาทิตย์ ดังนั้นหากสภาพอากาศมืด เช่น ในช่วงฤดูหนาวจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนขาดแสงอาทิตย์ การรับประทานไข่สามารถช่วยเพิ่มระดับวิตามินดีได้ โดยวิตามินดีจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของคุณเข้มแข็งซึ่งปกติจะลดลงในช่วงการตั้งครรภ์ ดังนั้นระบบนี้จะทำงานหนักขึ้นเพื่อปกป้องโรคประจำฤดูกาลและยังช่วยให้ร่างกายของคุณดูดซึมแคลเซียมเพื่อคุณและทารกในครรภ์ด้วย

ปลาแซลมอน หรือปลาทะเลน้ำลึก กรดไขมันโอเมก้า 3 ในปลาแซลมอนมีประโยชน์อย่างมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์และมีความจำเป็นในการสร้างทุกเซลล์ในร่างกาย โอเมก้า 3 มีความสำคัญต่อการพัฒนาของประสาทและสมองของทารกและเป็นสิ่งที่ดีหากจำกัดการรับประทานเพียง 2 ส่วนต่อสัปดาห์ เพราะว่าน้ำมันปลาอาจมีสารพิษสะสมอยู่ หากคุณรับประทานมังสวิรัติควรรับประทานเมล็ดฟักทองซึ่งจะมีโอเมก้า 3 อยู่ปริมาณมากเช่นกัน

มันฝรั่งหวาน คุณต้องการวิตามินเอในอาหารเพิ่มขึ้นเมื่อตั้งครรภ์ วิตามินเอมีความจำเป็นสำหรับการพัฒนาเซลล์และระบบภูมิคุ้มกันของทารก มันฝรั่งหวานมีเบต้า แคโรทีน ซึ่งร่างกายสามารถนำมาเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ (เรตินอลเป็นวิตามินเอรูปแบบหนึ่งสามารถพบได้ที่ตับและไต แต่หากรับประทานในปริมาณสูงอาจจะทำอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ) การใส่มันฝรั่งหวานในอาหารเป็นวิธีการที่ง่ายในการรับประกันว่า ลูกในครรภ์ของคุณจะได้รับวิตามินเอตามที่เขาต้องการ

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อของทารก โดยการรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ไม่ใส่เกลือซึ่งจะมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวชนิดดีคุณก็จะได้รับโปรตีนเพื่อบำรุงสุขภาพ มะม่วงหิมพานต์เป็นแหล่งไฟเบอร์ที่ดีช่วยให้การเคลื่อนไหวของลำไส้เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ

อาหารสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพื่อลูกน้อยแข็งแรง

ขนมปังโฮลเกรน ขนมปังโฮลเกรนสักคู่ราดด้วยเนยยีสต์มาร์ไมต์ (marmite) หรืออะไรก็ตามที่คุณต้องการรับประทานในวันนั้น เป็นวิธีการที่ดีที่จะให้คุณได้รับพลังงานเพิ่ม 200 แคลอรีต่อวัน ที่คุณต้องการในไตรมาสที่สาม ขนมปังโฮลเกรนอุดมไปด้วยแมกนีเซียมที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณดูดซึมพลังงานจากอาหารและช่วยเสริมสร้างกระดูกให้กับลูกในครรภ์และยังเป็นแหล่งของสังกะสีซึ่งลูกในครรภ์ต้องการนำไปใช้เพื่อช่วยในการแบ่งเซลล์

ผักโขม มีธาตุเหล็กสูงจะช่วยป้องกันโรคโลหิตจางซึ่งเป็นภาวะเสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากลูกของคุณจะใช้ธาตุเหล็กที่คุณสะสมไว้ในการสร้างเม็ดเลือดแดงของเขา นอกจากนี้ผักโขมยังมีกรดโฟลิคสูงซึ่งจะช่วยในการสร้างไขสันหลัง ดังนั้นหากคุณกำลังตั้งครรภ์ควรรับประทานกรดโฟลิควันละ 400 มิลลิกรัม

แบล็คเคอแรนท์ อุดมไปด้วยวิตามินซีเบอร์รี่ชนิดนี้จะช่วยให้คุณและลูกของคุณมีสุขภาพดี วิตามินซีมีความจำเป็นสำหรับการสร้างเนื้อเยื่อ กระดูก และเส้นเลือดของทารก และคุณควรรับประทานวันละ 50 มิลลิกรัมต่อวัน ลองนำแบล็คเคอแรนด์ 1 กำมือใส่เครื่องปั่น และอาจใส่ลูกกีวี หรือน้ำส้ม เป็นอาหารเช้าเพื่อสุขภาพ

ถั่วลูกไก่ (chickpeas) ถั่วลูกไก่ราคาค่อนข้างถูกและนำมาดัดแปลงเพื่อทำอาหารอย่างอื่นได้ง่าย อุดมไปด้วยแคลเซียมซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างกระดูกของลูก ลูกจะนำแคลเซียมที่เขาต้องการทั้งหมดจากร่างกายของคุณไปใช้ ดังนั้นคุณควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพิ่มขึ้นเพื่อเสริมสร้างให้กระดูกของคุณแข็งแรง คุณต้องการแคลเซียมวันละ 1,200 มิลลิกรัม และผลิตภัณฑ์จากนมเป็นแหล่งอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมสูงสุดแต่อาจจะทำให้คุณอ้วนขึ้นได้

ข้อมูลอ้างอิง mother & baby / เนื้อหาจาก Internet เรียบเรียงใหม่โดย คุณแม่น้องเปรม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้องในบล็อกพี่เปรม

สถานศึกษา

KG 3 เทอมสองแล้ว

หลังจากเข้าเรียนที่โรงเรียนใหม่แล้ว และเรียนได้ครบเทอม คุณแม่ก็ทำการจ่ายค่าเทอมลูกอีก 1 ภาคเรียน เนื่องจากยังไม่เห็นผลแน่ชัดว่า ลูกจะชำนาญภาษาอังกฤษแค่ไหน เพราะไม่ได้อยู่เฝ้าดูการเรียนเหมือนในโรงเรียนอนุบาลทั่วไป ที่นี่ดูเหมือนว่าจะเข้มงวดสำหรับผู้ปกครองเป็นพิเศษ

พัฒนาการเด็ก

ลูกคิดเป็น เล่นอย่างไร

คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ก็คงจะพอรู้มาบ้างแล้วใช่ไหมคะว่า การละเล่น ช่วยเสริมพัฒนาการด้านต่างๆโดยเฉพาะเรื่องของ "สมอง" ให้กับลูกของเรา แต่ก็ยังเกิด คำถามตามมาอีกว่า แล้วเราควร ให้ลูกเล่นอย่างไรดี

แม่ลูกผูกพัน

สัมผัสรัก จากแม่

ทำความสะอาดให้ลูกรัก ด้วยสัมผัสจากแม่ เมื่อคุณแม่มือใหม่มักจะรู้สึกลำบากใจเวลาจะอาบน้ำให้ลูกน้อยตัวกระจ้อย เพราะกลัวว่าลูกจะลื่นหลุดมือบ้าง กลัวพลาดทำน้ำสบู่เข้าตา เข้าจมูกบ้าง ลองศึกษาวิธีการต่อไปนี้จะเห็นได้ว่าไม่ใช่เรื่องยากเลย ก่อนอื่น

สถานศึกษา

น้ำท่วมอย่างนี้ อนุบาลบ้านวังทอง จะเปิดเรียนได้ไหม

เห็นข่าวน้ำท่วมแล้วน่าตกใจ บ้านน้องเปรมในขณะนี้ก็ยังไม่ถือว่าแย่นัก แต่ก็ออกจากบ้านไปไหนมาไหนลำบาก เพราะถนนน้ำสูงประมาณ 1 เมตร หรือกว่านั้น เพราะน้ำขึ้นมาวันละนิ้วๆ แต่หากเปิดเทอมแล้วน้ำยังไม่ลด ก็คงต้องลำบากคุณน้าเจตที่ต้องขับรถมาส่งน้องเปรมที่บ้านน้า

สถานศึกษา

โรงเรียน อนุบาลบ้านวังทอง ปิดเรียน 2 วัน

เมื่อวานคุณแม่รับลูกจากบ้านน้าแล้ว ก็น้องเปรมใช้บริการรถรับส่งนักเรียน แต่ไม่ได้บอกอะไรกับคุณพ่อมาก เพราะตอนนั้น นั่งทำงานอยู่ที่ office ยังไม่ได้กลับบ้าน ซักพักคุณแม่ก็โทรบอกจะไป Lotus ใกล้บ้านเพื่อที่จะเอาเช็คที่ได้ไปขึ้นเงิน ให้รีบกลับเพราะธนาคารจะปิดประมาณ

เด็กกับอารมณ์

หยุดพฤติกรรม หนูไม่ได้ดื้อเงียบ นะ

คุณพ่อคุณแม่เคยรู้บ้างไหมว่าทำไมลูกถึงมีอาการ ดื้อเงียบ หรือเคยสงสัยไหมว่า ทำไมลูกเราเวลาปกติก็พูดจ้อได้ไม่หยุด แต่พอบทจะดื้อนิ่งไม่ฟังใครเอาเสียดื้อๆ เหตุที่หนูน้อยมีการดื้อลักษณะแบบนี้ เป็นพัฒนาการทางอารมณ์อย่างหนึ่งของเด็กในวัย 2-3 ขวบ