การเลี้ยงลูกไม่ให้เป็นเด็กเผด็จการ

ในวันที่ลูกถูกเลือกให้เป็น หัวหน้าห้อง หรือเป็นหัวหน้ากลุ่ม ถือเป็นข่าวดีที่สร้างความภูมิใจให้กับพ่อแม่ได้ไม่น้อย แต่การเป็นผู้นำของลูก หากไม่มีบทบาทของการเป็นผู้นำที่ดี เช่น รับฟังความคิด หรือให้โอกาสคนอื่นได้คิด และตัดสินใจ โอกาสที่ลูกจะกลายเป็นผู้นำแบบเผด็จการย่อมเป็นไปได้สูง กับเรื่องนี้ พญ.สินดี จำเริญนุสิต กุมาร แพทย์ด้านพัฒนาการ และพฤติกรรมเด็ก โรงพยาบาลเวชธานี บอกผ่านทีมงาน Life & Family ว่า พ่อแม่มีบทบาทสำคัญมาก หากเลี้ยงลูกแบบเผด็จการที่ไม่มีอิสระให้ลูกได้คิด ตัดสินใจ หรือลงมือทำสิ่งต่าง ๆ เป็นไปได้ที่เด็กจะเก็บนำสิ่งเหล่านั้นไปใช้กับคนอื่น หรือเพื่อนที่โรงเรียน เช่น เจ้ากี้เจ้าการกับเพื่อนในกลุ่ม หรือชอบสั่งให้ทำโน่นทำนี่จนเกินเหตุ

พฤติกรรมเหล่านี้ หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง อาจทำให้ลูกมีปัญหาในการทำงานกับเพื่อน ๆ ตามมาได้ ดังนั้นคุณหมอเด็ก แนะว่า คุณพ่อคุณแม่ควรเติมเต็มบทบาทความเป็นผู้นำที่ดี และมีประชาธิปไตยให้กับลูก ด้วยการสอนให้เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นทั้งจากการเล่น และการทำงานผ่านกิจกรรมง่าย ๆ

การสอนลูกให้เป็นผู้นำ

  • ชวนลูกพูดคุยผ่านการเล่น โดยตั้งคำถามชวนคิดให้ลูกได้ทบทวนสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาว่าการกระทำของเราที่มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่นหรือไม่ อย่างไร
  • สอนให้ลูกรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราผ่านการวิเคราะห์จากตัวละครในนิทาน หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ใกล้ตัว เพื่อให้ลูกเห็นภาพที่เป็นรูปธรรมได้ชัดเจนขึ้น
  • แบบอย่างที่ดีของพ่อแม่ในการรับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน แก้ปัญหาในเชิงบวก คือตัวช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้นำที่ดี รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ให้โอกาสเพื่อนได้คิด ตัดสินใจ และมีส่วนร่วมในการทำงานอย่างเท่าเทียมกัน

การเลี้ยงลูกไม่ให้เป็นเด็กเผด็จการ little dictator

อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ลูกเริ่มมีพฤติกรรมเจ้ากี้เจ้าการเกินเหตุ เช่น ชอบสั่งเพื่อนให้ทำแบบนั้นแบบนี้ หรือพูดในเชิงทำร้ายจิตใจผู้อื่น คุณหมอเด็กท่านนี้ ให้แนวทางว่า คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยด้วยเหตุผล ไม่ควรเริ่มต้นด้วยการตำหนิ เพราะจะเป็นอุปสรรคในการคุยกับลูก แต่ควรชี้แจงให้ลูกเห็นถึงสิ่งที่เหมาะสม และไม่เหมาะสม โดยอาจยกตัวอย่างให้ลูกเข้าใจอารมณ์ และความรู้สึกของคนอื่น เช่น ถ้าเป็นตัวเขาบ้างจะรู้สึกอย่างไร เป็นต้น

“ผู้ใหญ่บางคนมักตัดสินใจโดย ใช้ด้วยเหตุผลของตัวเอง แต่ไม่ได้เปิดใจ และคุยกับลูกถึงที่มาที่ไปว่าลูกคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร ซึ่งบางที เด็กอาจไม่ได้ตั้งใจที่จะทำ หรือพูดแบบนั้นออกไปก็ได้” กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการ และพฤติกรรมเด็กกล่าว

การสร้างลูกให้เป็น “ผู้นำ” ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องไม่ลืมด้วยว่า การเป็นผู้นำนั้น ควรมีบทบาทความเป็นผู้นำที่ดี และมีประชาธิปไตยด้วย นั่นจะทำให้ลูกเรียนรู้ที่อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข การงานประสบความสำเร็จ เพราะมีเพื่อนที่รัก และคอยช่วยเหลืออย่างเต็มที่

เนื้อหาที่เกี่ยวข้องในบล็อกพี่เปรม

สถานศึกษา

โรงเรียน อนุบาล บ้านวังทอง

ก่อนลูกจะเข้าเรียน ก็ไม่คิดหรอกว่าจะให้เรียนที่ไกลบ้าน แต่ก่อนนั้นก็พยายามสรรหาโรงเรียนต่างๆ สารพัดสารเพ ละแวกบ้านล้อมวงออกไปเป็นรัศมีหลายสิบกิโลเมตร ก็หาไม่ค่อยจะได้ เพราะต้องการแบบที่ตรงกับใจ เลยท้อใจล่ะ เริ่มคิดว่า น่าจะสอนเองอยู่กับบ้านได้นี่นา แต่ที่บ้านก็คัดค้าน

โรคในเด็กเล็ก

ไอหรือจาม ประมาณไหน ถึงต้องให้แพทย์ดู

จากการที่ได้คุยกับคุณหมอมาหลายๆ ครั้ง ในตอนที่น้องเปรมเอง ไม่สบายหยุดเรียนไปประมาณอาทิตย์กว่าเห็นจะได้ ก็ได้ความรู้ใหม่มาแบ่งปันกัน ก็คือว่า พ่อแม่มือใหม่มักจะมีคำถามบ่อยๆ ว่า ลูกไอ หรือ ลูกจาม ต้องรุนแรงประมาณไหนถึงจะพาไปหาคุณหมอได้ แล้วถ้าเรามีจุดสังเกตุอาการไอ หรือ จาม

สถานศึกษา

งานวันแม่ อนุบาล บ้านวังทอง 12 สิงหาคม 54

วันก่อนได้ไปงานโรงเรียนอนุบาลบ้านวังทอง ที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นทุกๆ ปีแต่ไม่มีโอกาสได้ลงรูป วันนี้เลยเอาลงซะหน่อย เดี๋ยวว่างๆ จะมา update กันอีกในหน้านี้ ทีเดียวเลย ลงวันละรูปจะดีมั้ยน้อ นี่เป็นการ์ดของคุณแม่ๆ ที่ทำให้ลูกๆ เอามาติดบอร์ดหน้าโรงเรียน เห็นแล้วน่ารักมากมาย

สถานศึกษา

ปวดหัวกับหลักสูตรการเรียนปัจจุบัน

ผมล่ะเบื่อที่สุดกับการขอร้องแกมบังคับให้เจ้าลูกชายหันมาอ่านหนังสือ ปกติน้องเปรมจะเป็นคนที่ชอบหนังสือมาก ตั้งแต่ตอนยังเล็กก็ชอบเอาหนังสือรูปกาตูนมาให้ทายเล่น เอามาชี้ๆ ถามพ่อแม่เสียงเจื้อยแจ้ว แต่ตั้งแต่รู้จักกับหนังสือ ดรุณศึกษา น้องก็ไม่ค่อยจะชอบ

สถานศึกษา

วันแรกที่ อนุบาลบ้านวังทอง รังสิต คลองสอง

ก่อนเข้าเรียนประมาณ 2-3 วัน น้องเปรมดี๊ด๊ามาก เห็นพี่ๆ น้องๆ แถวบ้านสะพายเป้สวยๆ ไปโรงเรียนเวลาพาเค้าไปตลาดทุกเช้าก็บอกว่าอยากไปโรงเรียน

สถานศึกษา

โครงการแบ่งปันนิทาน สู่เพื่อนบนดอย กับอนุบาลบ้านวังทอง

โครงการดีๆ มาอีกแล้วกับโรงเรียน อนุบาลบ้านวังทอง ที่น้องเปรมเรียนอยู่นี้ มีโครงการดีๆ จัดขึ้นทุกปี ปีนี้ก็เป็นปีที่ 9 แล้ว โดยเป็นโครงการแบ่งปันในแต่ละปีก็มีเงื่อนไขแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละพื้นที่ด้วย เป็นการปลูกฝังให้เด็กๆ ได้รู้จักการแบ่งปันสิ่งดีๆ