สิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตที่ควรสอนให้ลูก

หน้าที่ของพ่อแม่คือ การอบรมสั่งสอนให้ลูกเป็นคนมีความอดทน มีความพยายาม รวมทั้งมีใจขวนขวายหาความรู้ อีกทั้งสอนให้ลูกมีทักษะในการพูด อ่าน เขียน ครอบครัวเป็นสถาบันที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นของการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเด็ก การให้ความรู้ทางด้านวิชาการเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่การสอนบทเรียนในการใช้ชีวิตก็เป็นสิ่งที่จำเป็นไม่แพ้กัน 9 สิ่งเรื่องจำเป็นที่ควรสอนให้ลูกมีดังต่อไปนี้

สิ่งจำเป็นในชีวิตที่ควรสอนให้ลูก

1. ให้เรียนรู้อันตรายจากคนแปลกหน้า เด็กทุกวัยควรได้รับการสอนเรื่องการระวังคนแปลกหน้า ระแวดระวังในสภาพแวดล้อมต่างๆ และหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับคนแปลกหน้า การสอนเรื่องอันตรายจากคนแปลกหน้านี้ รวมไปถึงให้ระวังเมื่อเวลาคนแปลกหน้ามาขอความช่วยเหลือ ถามทาง หรือถามหาสุนัขที่หลงหาย อีกทั้งควรสอนเด็กว่า ไม่ควรพูดคุยทักทาย หรือรับขนม หรือของเล่นจากคนแปลกหน้า

2. การปฏิบัติตัวเมื่อถูกทำร้าย การทำร้ายไม่ว่าจะเป็นร่างกาย ทางวาจา หรือทางอินเทอร์เน็ต ในฐานะผู้ปกครองเราต้องคอยสังเกตพฤติกรรมของลูก และสอนวิธีปฏิบัติตัวในกรณีถูกทำร้ายโดยให้เด็กบอกพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู

3. ความสำคัญของการรู้จักคุณค่าในตัวเอง สิ่งที่เป็นเกราะป้องกันจากการถูกทำร้าย การคบเพื่อน รวมทั้งความกดดันทางด้านวิชาการคือ การรู้จักคุณค่าในตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ควรให้คำชมเชย และกำลังใจแก่ลูกเมื่อลูกพยายามทำสิ่งใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น ชมเชยเมื่อลูกทำการบ้านเสร็จ แต่เมื่อลูกล้มเหลวก็ควรช่วยให้กำลังใจเพื่อที่ลูกจะมีความพยายามทำให้สิ่งนั้นสำเร็จอีกครั้ง การให้ลูกเป็นคนรู้จักคุณค่าในตัวเองนั้นตัองปลูกฝังอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่อยู่ในวัยเด็ก

4. การมีมารยาทที่ดี กิริยามารยาทที่ดีเป็นสิ่งที่ต้องสอนเมื่ออายุยังน้อย ไม่ว่าจะเป็นคำพูดอย่างสุภาพ เช่น ขอบคุณ ขอโทษ การยกมือไหว้ผู้ใหญ่ การแสดงความสุภาพทั้งวาจา และความประพฤติเหล่านึ้เป็นพื้นฐานง่ายๆ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนลูกตั้งแต่เขายังเล็กๆ

5. สอนให้ลูกรับผิดชอบ และทำงานบ้าน โดยการเขียนรายการที่ต้องทำในแต่ละวัน สอนให้เด็กๆ ทำความสะอาดเมื่อทำหกเลอะเทอะ สอนให้รู้ว่าหากทิ้งไว้จะมีผลเสียอย่างไร หรืออาจจะใช้วิธีให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เมื่อทำงานเสร็จสมบูรณ์ครบถ้วนก็เป็นแรงจูงใจที่ดี

6. สอนให้ลูกรู้จักคุณค่าของเงิน โดยคุณพ่อคุณแม่ฝึกให้ลูกหยอดเงินเก็บในกระปุกออมสินตั้งแต่ลูกยังอายุน้อย สอนให้รู้จักคุณค่าของเงินเมื่อไปซื้อของ หรือเมื่อเวลาลูกอยากได้ของเล่น หรือขนม ให้ลูกเก็บเงินซื้อเอง หรือต้องทำงานบ้านอะไรบ้าง หรือต้องทำความดีอะไรบ้างเพื่อแลกกับของเล่นชิ้นนั้น ให้กำลังใจลูก และทำให้ดูเป็นตัวอย่างไม่ว่าจะเป็นการเก็บเงิน หรือการใช้จ่ายเงินอย่างรอบคอบ

เสื้อผ้าเด็กใส่ไปเที่ยว ไปโรงเรียน สวยหล่อน่ารัก

7. สอนให้ลูกออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายเป็นการฝึกกล้ามเนื้อเล็ก และกล้ามเนื้อใหญ่ให้แข็งแรง ในขณะที่สอนเรื่องคุณค่าในตัวเอง การให้ความรัก และการปฏิบัติตัวเมื่อถูกทำร้ายเป็นสิ่งที่สำคัญ การออกกำลังทางกายก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน โดยทำให้การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมของครอบครัว เช่น การวิ่ง หรือการปั่นจักรยานรอบๆ หมู่บ้านกันทั้งคุณพ่อ คุณแม่ และเด็กๆ ซึ่งจะทำให้ทั้งครอบครัวมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงไปด้วยกัน

8. ไม่ตัดสินเมื่อเห็นคนอื่นมีความแตกต่างจากเรา เด็กไม่เข้าใจความหมายของการเกลียดเด็กอื่นเหมือนที่ผู้ใหญ่เกลียด การแบ่งชนชั้น การดูถูกคน การเห็นว่าตัวเองดีกว่าผู้อื่น การดูถูกผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกายหรือทางวาจาเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ น่าเสียดายที่พฤติกรรมเหล่านี้เด็กๆ เรียนรู้จากเพื่อน หรือจากการเข้ากลุ่มทางสังคม ดังนี้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรสอนให้ลูกรู้ว่า การคิดที่แตกต่างกัน การที่เราแตกต่างจากคนอื่นไม่ใช่สิ่งที่ผิดปกติ น่ากลัว หรือประหลาด อธิบายให้ลูกฟังว่าเราทุกคนต่างมีความแตกต่างกัน และทุกคนเป็นคนพิเศษไม่เหมือนใคร และต่างต้องการเพื่อน และการพึ่งพาอาศัยกัน

9. เราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ เด็กบางคนเป็นนักฟุตบอล บางคนเป็นจิตกร บางคนชอบรัองรำทำเพลงบางคนชอบเล่นดนตรี คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกหางานอดิเรกที่ลูกชอบ และเหมาะสมกับลูก โดยให้ลูกทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับเพื่อนๆ และทำอย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้ลูกกล้าแสดงออกและเรียนรู้ที่จะค้นพบทักษะใหม่ๆ ด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้จะเป็นการช่วยเพิ่มความมั่นใจ และความเป็นตัวของตัวเองให้แก่ลูก

บทเรียนเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญ และจำเป็นสำหรับลูก และเป็นสิ่งที่เริ่มสอนได้ที่บ้าน การปฏิบัติให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่าง การเห็นความสำคัญ ทำให้ลูกได้รับการซึมซับสิ่งเหล่านี้เข้าไปทีละเล็กละน้อย เพื่อที่ลูกจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในอนาคต ขอเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวเสมอค่ะ

อ้างอิง http://manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9560000146169 – ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้องในบล็อกพี่เปรม

สถานศึกษา

น้องเปรมหกล้มหน้าไปชนบันได

ว๊ายๆๆ หน้าบวมปูดเลย ตรงหว่างคิ้วพอดี เหมือนไปเสริมดั้งมา จะนั่งขำปนร้องไห้หรือจะร้องไห้ปนขำดีเนี่ย ที่ลูกซนยังกะลิง หกล้มแล้วหน้าไปชนกับขั้นบันไดตรงลานสนามเด็กเล่นภายในโรงเรียนอนุบาลบ้านวังทอง ลูกเราทำไมซนจัง สอบถามครูบอกว่าขนาดเกิดเหตุหนักขนาดนี้ ก็ยังไม่เลิกซน ช่วงเช้าคุณพ่อเค้าพาไปส่งเข้าเรียนแล้วอาการตอนแรกก็เหมือนว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พัฒนาการเด็ก

ผมไม่ได้โกหกนะ

ในบางครั้งเด็กจะแสดงให้เห็นถึงภาพสะท้อน ถึงความอึดอัดของเด็กน้อยในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แม้ว่าเขาจะพยายามทำตาแป๋ว ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาโดยหวังว่าการทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แบบซื่อๆ นี้จะใช้ได้ผลก็ตามกับผู้ปกครองบางคน แต่จาก ปัญหาเด็กโกหก

พัฒนาการเด็ก

เสื้อผ้าเด็กใส่ไปเที่ยว ไปโรงเรียน สวยหล่อน่ารัก

ที่บ้านนี้คุณแม่น้องเปรมไม่ค่อยจะได้ซื้อเสื้อผ้าเด็กมาให้เยอะแยะมากมายเหมือนกับเด็กคนอื่นเลย เพราะตั้งแต่ตอนคลอดใหม่ๆ ญาติๆ เค้าก็สรรหามาให้อยู่ตลอด ก็พวกน้าๆ หลานๆ เค้าก็คลอดตามๆ กันมาหลายคนจนกระทั่งถึงคิวของเจ้าตัวเล็กนี่แหละ เค้าเลยมีผ้าอ้อม

เด็กกับอารมณ์

สื่อสารกับลูก ให้ได้ผล

อ่านเคล็ดลับการสอนลูก แล้วเอามาใช้กับลูกตัวเองอย่างเจ้าแสบ น้องเปรม มีเคล็ดลับการสื่อสารให้ลูกได้เข้าใจเมื่อเค้า รั้น ได้ดีเหมือนกัน แม้ว่าเมื่อลูกไม่ทำตามที่ต้องการ อาจะยังต้องใช้วิธีการขู่เข้าช่วย เช่น ตอนกลางคืนถ้าไม่นอนผีจะมา หรือถ้ายังกินขี้มูกอีก ผีจะมาเลียนิ้ว ทั้งที่รู้ว่าไม่ค่อยดี และไม่เป็นความจริง แต่ก็อดไม่ได้จริงๆ

อาหารสำหรับคุณแม่

อาหารสำหรับแม่ที่ให้นมบุตร

ระยะให้นมบุตรสำหรับคุณแม่นั้น ยาวนานเท่าที่คิดว่าจะให้ได้ แต่ไม่ควรจะต่ำกว่า 6 เดือนเป็นอย่างน้อย คุณแม่บางท่านสามารถที่จะให้นมบุตรได้1 – 2 ปี ดังนั้น คุณแม่ที่ให้นมแก่ลูก จึงควรได้รับพลังงานและสารอาหารเพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างสำหรับส่วนที่เสียไป โดยทั่วไปแม่ต้องการสารพลังงานเพิ่มวันละ 500 แคลอรี่

เด็กกับอารมณ์

ลูกไม่ยอมกินข้าว เอาแต่เล่น และไม่ชอบทานผัก

เอาอีกแล้ว ปัญหาเจ้าตัวเล็กนับวันยิ่งทวีมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงที่เดินได้พูดได้ แถมวิ่งเล่นได้นี่ เวลาจะเรียกให้ทานข้าวล่ะก็เป็นต้องอิดออดทุกที เชื่อไหมว่า เด็กน้อยบางคนใช้เวลากินข้าวเพียงมื้อเดียวตั้ง 1-2 ชั่วโมง เป็นเหตุให้คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายกลุ้มใจจนไม่รู้จะทำอย่างไรดี